แม่ไม่เข้าใจว่าผมทำงานอะไร?

ผมมักทำอะไรที่แม่ไม่ค่อยเข้าใจเสมอ โลกของแม่ไม่เล็กมาก แม่ทำนา ทำไร่ข้าวโพด หาปูหาปลา แม่ไม่เคยมีวันหยุด ผมจำความได้ เราอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ใช้เทียน ใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด หรูสุดใช้แบตเตอรี่ มารู้จักไฟฟ้าครั้งแรก ตอน ป.3 ไม่ทางลาดยาง เข้าเมืองนับครั้งได้ แต่เราไม่เคยอดอยาก เพราะหมู่บ้านอุดมสมบูรณ์มาก กินปลาจนเบื่อ หมูป่าก็มี กบเขียดเพียบ หน่อไม้ ผักป่า เยอะแยะ แม่หาเก่ง แต่อะไรที่ต้องซื้อแทบจะไม่เคยได้กิน แถวบ้านปลาทูก็ไม่มี ผมได้กินทุเรียนครั้งแรก ก็ตอนเข้ามหาลัยนี้แหละ!!

พอย้ายมาอยู่หมู่บ้าน ณ บ้านปัจจุบัน มีที่นาบ้าง มีไร่นิดหน่อย แม่ก็ไม่เคยหยุดพักเลย ทำงานทั้งปี แม่ตื่นตี 4 ทุกวัน 6 โมงเช้า ผมตื่น อาหารทุกอย่างจะเสร็จหมดแล้ว และแม่ก็ไม่อยู่แล้ว แม่ไปนาแต่เช้า กลับเมื่อมืดแล้ว แม่ขยันสุดๆ แต่เงินเราก็ไม่เคยพอซักที เวลาจำเป็นต้องซื้ออะไรซักอย่างที่มีราคาหน่อย แม่ต้องหายืมทุกที

ตอนนั้น ผมคิดไปถึงอีกหลายปีข้างหน้า ถ้ายังลำบากยังงี้ บ้านเราแย่แน่ๆ เรายังมีหลายอย่างที่จะต้องใช้เงิน ผมมีแผนการ.. ผมอยากรวย..

แม่อยากให้ผมเป็นครู แม่ชอบพยาบาล แม่รู้จักหมอ แม่รู้จักแค่นี้ แม่อยากให้ผมเป็นอะไรซักอย่างใน 3 อย่างนี้

ผมเลือกเรียนในคณะที่คิดว่า จบออกมา แล้วน่าจะได้เงินเยอะ ผมเล็งไปที่หมอ แม่รู้จัก แต่ผมเรียนไม่เก่ง และไม่ชอบวิชาชีวะเอาซะเลย เลยเลือกลงวิศวะ ตอนผมจะจบแม่ยังยังเข้าใจอยู่เลยว่าจบวิศวะแล้ว ออกมาเปิดร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซต์ แต่แม่ก็ชอบนะ แม่บอกซ่อมมอเตอร์ไซต์ได้เงินดี 🙂

เมื่อผมมาเป็นวิศวกร ก็พบว่า รายได้มันไม่ได้เยอะอย่างที่หวังไว้ตอนแรก เป็นแบบนี้ บ้านเราก็ยังไม่สบาย และลำบากไปอีกหลายปีแน่ๆ ผมจึงออกจากงาน และหาเส้นทางของตัวเอง

เวลาผ่านไปสองปี นับจากลาออกจากงานประจำ ผมพบความสามารถหนึ่งที่สามารถหาเงินได้ และผมก็ชอบด้วย ผมสามารถหาเงินจากโลกอินเตอร์เน็ตได้ ผมหาเงินได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายแม่ยังไง ว่าผมทำอะไรอยู่ ผมอยู่บ้านทุกวัน ไม่ต้องออกไปทำงานที่ไหน แม่ไม่รู้จักอินเตอร์เน็ต แม่ไม่รู้จักคอมพิวเตอร์ (แม่มาเห็นผมทำงานตอนหลังๆ แม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์คือเครื่องอย่างนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะอธิบายแม่ว่าอินเตอร์เน็ต คืออะไร และหาเงินได้ยังไงอยู่ดี)

แต่แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะผมส่งเงินให้แม่ได้ทุกเดือน แม่มีเงินเลี้ยงใจแล้ว แม่บอกว่า “มีเงินส่งให้แม่ได้ แม่ก็สบายใจ แสดงว่าลูกไม่ลำบาก…”

ช่วงแรกๆ แม่ยังอยากให้ผมไปสอบข้าราชการ ชอบเปรียบเทียบกับลูกคนอื่นว่าลูกบ้านโน้นเป็นครู ลูกบ้านนี้เป็นพยาบาล.. แล้วผมละ ทำงานอะไร? แม่ยังไม่รู้เลย

ผมไม่กลับบ้านเลยเป็นเวลาเกือบ 2 ปี เพราะไม่รู้จะอธิบายแม่ยังไง และไม่รู้จะอธิบายญาติๆ ที่มารุมถามยังไง ว่าทำอะไรอยู่ ผมคิดถึงแม่นะ แต่ผมรอวันที่ผมสำเร็จถึงจะกลับไปบ้าน ผมมีแผน และคิดว่าผมมาถูกทางแล้ว

วันที่ผมมีรถยนต์และผมขับกลับไปที่บ้านนอก ผมขับรถไป น้ำตาไหลไป ผมสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว

ผมสร้างเรือนหอได้หนึ่งหลัง แต่งงานจัดงานหลายวัน ค่าจัดงานที่บ้าน ค่าจัดงานที่โรงแรม ค่าสินสอด แม่ไม่ได้เสียตังค์ซักบาท เป็นครั้งแรกของแม่ที่ได้แต่งตัวสวยไปงานโรงแรม แม่ไม่ได้ทำนาทำไร่หลายปีแล้ว แม่ไม่ต้องทำงานหาเงินอีกแล้ว แต่แม่ยังเก็บผัก หาหน่อไม้ไปขายบ้าง เพื่อหาเพื่อนคุยแก้เบื่อ ตอนนี้แม่มีเงินเก็บมากกว่าผมซะอีก แม่ใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ได้ฟุ่มเฟือย แม่หมดหนี้สิน แม่จึงเป็นอิสรทางการเงินแล้ว แผนการของผมสำเร็จทันตามเวลาที่วางไว้

แม้แม่จะไม่เข้าใจว่าผมทำงานอะไร… แต่แม่ก็ไม่ห่วงแล้ว แม่แค่ห่วงว่าลูกๆ สบายดีไหม แค่นั้นเอง จะวันหยุด วันไม่หยุด อยู่ต่างจังหวัด หรือกลางทะเล ทุกๆ วัน ลูกทั้งสองคนต้องโทรหาแม่ตรงเวลาเสมอ เพราะถ้าไม่โทรหาแม่จะนอนไม่หลับ

แม่ไม่เข้าใจว่าผมทำงานอะไร แม่บอกใครไม่ได้ว่าลูกทำงานอะไร วันนี้ผมเปิดบริษัท เพราะแม่จะได้บอกคนที่ถามได้ว่า ลูกเป็นเจ้าของบริษัท ก็แค่นั้นเอง… คงไม่ต้องบอกรักแม่ทางเฟสหรอก เพราะแม่ไม่รู้จัก กลับบ้านไปหาแม่ ก็พอแล้ว 🙂